ลบคำดูถูกที่เกิดมาจน ทนนั่งรถไฟฟรีไปเรียน เป็นแรงผลักคว้าปริญญาใบแรกให้ครอบครัว สู่ชีวิตที่ดี งานมั่นคงมีเงินเลี้ยงครอบครัว

สวัสดีครับในครั้งนี้จะพาไปพบกับเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี กับเรื่องราวของ ก๊อปปี้ เด็กบ้านนอก ที่ก้าวฝ่าคำดูถูกของคนแถวบ้าน แบกเป้เดินทาง พร้อมเก็บเอากำลังใจจากครอบครัว จากรถไฟฟรี จนตอนนี้เรียนจบมีรถเป็นชื่อตัวเอง ครอบครัวสุดภูมิใจกลายเป็นกระแสแชร์ในโลกออนไลน์เพียงชั่วข้ามคืน หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Goppy Suebsamut ได้ลงรูปขณะสวมชุดครุยให้คุณตา และก้มกราบบุพการี จนชาวโซเชียลชื่นชมเป็นจำนวนมาก

จ้าของเรื่องราวดีดีเรื่องนี้คือ นางสาวอรประไพ สืบสมุทร หรือก๊อปปี้ บัณฑิตสาวสาขาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าของสุดประทับใจ เล่าว่าเป็นรูปที่ถ่ายในวันรับพระราชทานปริญญาบัตร และเห็นว่าในวันดังกล่าวเป็นโอกาสดี เป็นวันที่น่ายินดี จึงได้แสดงความรักกับคุณตาป้อง และคุณแม่ที่เลี้ยงดูมา

ก๊อปปี้ได้เล่าต่อว่า ด้วยความที่ฐานะครอบครัวยากจน พ่อแม่แยกทางกัน คุณแม่ก็ต้องไปทำงานเพื่อหาเงินส่งลูกเรียนหนังสือ ตนกับน้องชายอีกสองคนก็มีคุณตาเลี้ยงมาเพียงคนเดียวตั้งแต่เด็กแต่เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียน ก็พยายามหาเงินมาให้หลานให้ได้ ไม่ว่าจะขายวัวที่เราเลี้ยงกันมา หรือแม้กระทั่งขายทองเส้นสุดท้ายที่มีเพื่อเอาเงินมาเป็นการเรียนของหลาน

ตอนที่เรียนก็พยายามงานพาร์ทไทม์ทำเพื่อแบ่งเบาภาระของที่บ้าน โดยเฉพาะช่วงที่หนูต้องนั่งรถไฟฟรีไปเรียน บางครั้งต้องกลับบ้านมืดก็ถูกคนแถวบ้านเขาตราหน้าว่าบ้านเราเป็นแบบนี้ ไม่มีทางที่จะเรียนจบได้เพราะหนูต้องมีสามีก่อนเรียนจบแน่แน่นั่นยิ่งทำให้หนูเก็บคำดูถูกเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดัน ตั้งมั่นว่าชีวิตจะต้องดีกว่านี้ให้ได้ จึงต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ตั้งแต่ขายล็อตเตอรี่ เป็นเด็กเสิร์ฟหลังเลิกเรียน ขายของออนไลน์

ช่วงที่รอรับปริญญาก็ทำงานประจำตอนกลางวัน กลางคืนก็ไปทำงานพาร์ทไทม์ถึงเที่ยงคืน จนตอนนี้สามารถคว้าใบปริญญาใบแรกมาให้ครอบครัวได้แล้ว ทั้งยังดูแลตัวเองได้ มีเงินพอที่จะออกรถเป็นเงินตัวเอง และก็ส่งเงินไปช่วยที่บ้านเป็นค่าเรียนให้น้องชายได้แล้ว น.ส.อ่อนประไพ สืบสมุทร หรือ ก๊อป เปิดเผยว่า ตนไม่คิดว่าโพสต์จะถูกแชร์ และเป็นประเด็นที่คนสนใจมากขนาดนี้ แต่เมื่อถูกหาว่าสร้างภาพก็รู้สึกน้อยใจ แต่ก็ไม่สนใจ เพราะว่าคนที่โพสต์ต่อว่า เขาไม่รู้จริงว่าตนลำบากแค่ไหน

โดยสมัยเรียนชั้นปีที่ 2 ตนจึงเริ่มหางานทำหลังเลิกเรียน เพื่อเป็นรายได้เสริม เพิ่มเติมจากที่กู้เงิน กยศ. ส่วนค่าใช้จ่ายในการส่งเสียเล่าเรียนหลัก ๆ มาจากคุณตาป้อง บุญเต็ม อายุ 83 ปี ซึ่งเลี้ยงดูตนตั้งแต่เกิด เนื่องจากแม่แยกทางกับพ่อ ตาก็ขายวัวประมาณ 10 กว่าตัว จนเกือบหมดคอก

เพื่อเอามาใช้เป็นค่าเทอมส่งเสียให้เรียน รวมถึงดูแลหลานอีก 2 คน และลุงที่พิการด้วย ครอบครัวตนมีฐานะยากจน ลำบากมาก ตนเป็นคนเดียวที่เรียนจบได้ปริญญาตรีคนแรกในวงศ์ตระกูล จึงมีความภาคภูมิใจ และด้วยความรักคุณตาเหมือนพ่อแท้ ๆ จึงเรียกคุณตาว่าพ่อมาโดยตลอด

ในวันที่ตนรับปริญญา คุณตาเดินไม่ไหว ไม่สามารถเข้าไปถึงจุดที่ถ่ายรูปรับปริญญาได้ ตนจึงต้องเดินอ้อมมาด้านหน้ามหาวิทยาลัยหลายกิโลเมตร เพื่อมาถ่ายรูปกับคุณตา โดยได้มอบใบปริญญาบัตร พร้อมกับสวมชุดครุย และก้มลงพื้นกราบที่เท้า จากนั้นได้สวมกอดด้วยความซาบซึ้ง และตนไม่เคยได้กอดคุณตาเลย จึงอยากแสดงออกในวันที่ตนเองประสบความสำเร็จ

น.ส.อ่อนประไพ กล่าวอีกว่า แรงผลักดันและคำดูถูกของคนแถวบ้าน เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ตนต้องเอาชนะคำสบประมาทให้ได้ เพราะตนเคยได้ยินคนแถวบ้านพูดกับหู และพูดผ่านมาทางแม่ของตนว่า “มีลูกผู้หญิง ก็เรียนไม่จบหรอก คงจะต้องท้องก่อนเรียนจบแน่ ๆ พ่อแม่ฐานะแบบนี้ ไม่มีปัญญาจะส่งลูกเรียนจบปริญญาแน่นอน”

ทุกวันนี้ ตนเรียนจนจบปริญญาและทำงานเป็นพนักงานบัญชี โดยทำงานอย่างหนักเพื่อต้องการให้คุณตาได้พักอยู่บ้าน ไม่ต้องไปเลี้ยงวัวแล้ว นอกจากนี้ ฝากถึงวัยรุ่นเด็กสมัยใหม่ให้รู้จักบุญคุณผู้มีพระคุณ และบุพการีที่เลี้ยงเรามา โดยให้ตั้งใจเรียน เพื่อจบมาดูแลท่านให้ดี

ขอบคุณข้อมูลจาก : AmarinTV, Goppy Suebsamut

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *